<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้ความปลอดภัย ไปไม่ถึง4.0เป็นแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก &amp;ldquo;หมิงตี้&amp;rdquo; ที่ตั้งอยู่กลางชุมชนในย่านกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีหน้าที่กำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรงนั้น เจ้ากระทรวงอย่าง สุริยะ&amp;nbsp; จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ไม่รอช้า สั่งด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยของการประกอบกิจการโรงงานใหม่ทั้งหมดว่า มีจุดใดต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน คลอบคลุมโรงงานทั่วประเทศทั้ง 64,038 แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับกำชับในส่วนของโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตรายในการประกอบกิจการแล้วตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่มีชุมชนล้อมรอบ ให้พิจารณาการบริหารจัดเก็บสต๊อกการใช้สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บสต๊อก ปริมาณสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น&amp;nbsp; ไม่ควรจัดเก็บสต๊อกมากเกินไป เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ส่วนสต๊อกที่เหลือให้ย้ายไปจัดเก็บในพื้นที่โรงงาน ที่ห่างไกลชุมชน มีระบบป้องกันความปลอดภัย มีพื้นที่กันชน (บับเบิลโซน) เอาไว้ป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุ หรือปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเป็นไปได้ในการย้ายโรงงานที่ประกอบกิจการมีสารอันตรายออกนอกพื้นที่ชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งงานนี้ท่านอธิบดีกรมโรงงาน ประกอบ วิวิธจินดา ก็ไม่รอช้าสนองนโยบายทันที โดยสั่งด่วนให้โรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงไปจัดทำแผนรายงานปริมาณสารเคมี แผนป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะโรงงานเคมีภัณฑ์ที่มีจำนวนรวม 446 แห่งทั่วประเทศ ทั้งที่ตั้งกิจการอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือภายในนิคมอุตสาหกรรม จะต้องรายงานแผนการจัดเก็บสารเคมี และตรวจประเมินเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้ชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้ กรอ.อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายฉบับใหม่ ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน กำหนดให้โรงงานที่มีการครอบครองวัตถุดิบอันตรายที่ซื้อจากในประเทศเกินกว่า 50 กิโลกรัม จะต้องรายงานปริมาณการใช้สารเคมีทุกชนิด ให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิต การจัดเก็บ ระบบความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อ กรอ. และร่างกฎหมายนี้จะแล้วเสร็จสิ้นปี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นแล้วอึ้ง การปฏิบัติช่างสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่ทั้งเร่งทั้งดึงการลงทุนเข้ามาประเทศ เพื่อหวังว่าจะผลักดันให้ไทยก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้สามารถก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง พูดกันทุกวี่ทุกวันมา 3-4 ปี แต่ในกฎหมายที่จะมาควบคุมการครอบครองวัตถุอันตราย แม้กระทั่งร่างยังไม่เสร็จ แล้วมาคิดดูกว่าจะประกาศเป็นกฎหมายได้ต้องอีกกี่ปี ...คิดแล้วเพลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นต้องหันกลับมามองว่าความพร้อมของระบบราชการ การตรวจสอบ การป้องกันสาธารณภัยของประเทศไทยมีความพร้อมหรือไม่ และภาครัฐควรให้การสนับสนุนอย่างไร ซึ่งรองประธาน ส.อ.ท. งานสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรม เกรียงไกร เธียรนุกุล ได้มีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมานั้น กฎหมายมักจะเน้นการซ้อมภายในโรงงานและการอพยพ ซึ่งควรพิจารณาประเภทโรงงาน ที่ต้องมีการซ้อมร่วมกับหน่วยงานภายนอกหรือชุมชนข้างเคียง โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นที่มีโรงงานเคมีอยู่ภายในพื้นที่ จำเป็นต้องได้รับความรู้ในการวางแผนเตรียมการทั้งด้านทรัพยากรบุคคลและงบประมาณด้านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังระบุว่า ปัญหาโรงงานกับชุมชนในประเด็นการเกิดก่อนหรือหลัง ผมว่ามิใช่ต้นเหตุของปัญหา ประเด็นที่ต้องศึกษาปรับปรุงคือระบบผังเมือง ระบบการอนุญาตจัดตั้งโรงงาน รวมถึงการอนุญาตจัดสร้างหมู่บ้าน เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาร่วมกัน ในส่วนโรงงานที่อยู่ภายนอกนิคมอุตสาหกรรม ต้องมีหลักเกณฑ์ที่เหมือนกับโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม คือ การจัดตั้งโรงงานต้องมีระยะปลอดภัยโดยรอบโรง และส่วนงานท้องถิ่น ควรเป็นหลักในการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยสารเคมีสำหรับประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ขาดไม่ได้คือ การสื่อสารความรู้ถือเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งผู้ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ ผู้ประกอบการโรงงาน&amp;nbsp; เจ้าของสารเคมี จำเป็นต้องมีการอบรมความรู้ให้กับหน่วยงานภายนอกที่จะมีบทบาทสำคัญในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น เจ้าหน้าที่องค์กรส่วนท้องถิ่น เจ้าที่ดับเพลิง โรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งควรจัดอบรมเป็นประจำทุกปี และมีการซ้อมเหตุฉุกเฉินร่วมกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เหตุเพลิงไหม้สารเคมีที่บริษัทหมิงตี้อย่าทำเป็นเพียงแค่บทเรียนหรือล้อมคอก หรือสั่งอย่างเดียวโดยไม่ตามผล กระทรวงอุตสาหกรรมต้องลงมาเร่งสร้างความปลอดภัย ดำเนินการอย่างจริงจัง จริงใจ ไม่โยนงาน ลดการทุจริต เลิกเล่นการเมืองโดยใช้ประชาชนเป็นตัวประกันเสียที เพราะถ้ายังทำแบบเดิมๆ การที่จะก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ก็คงไปไม่ถึงฝันเป็นแน่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี, ไร้ความปลอดภัย ไปไม่ถึง4.0เป็นแน่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุจริต... อย่าหาทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มมีความรุนแรงและต่อเนื่องมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัทประกันต่างทยอยออกผลิตภัณฑ์ ประกันโควิด-19 กันอย่างนับไม่ถ้วน ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมาก มีการสมัครเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกนั้นยอดทำประกันโควิด-19 ทั้งรายใหม่และต่ออายุแล้วกว่า 10 ล้านกรมธรรม์ สูงกว่าปีก่อน และมียอดเบี้ยประกันเกินกว่า 4 พันล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหลังจากมีการระบาดในระลอกที่&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้ยอดการเคลมประกัน 15 มิ.ย.2564 สูงถึง 1,900 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 100 ล้านบาท โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มียอดการเคลมประกันสูงมากๆ ดังนั้นเพื่อความคล่องตัวและป้องกันการติดเชื้อ บริษัทประกันได้พยายามที่จะหานวัตกรรมต่างๆ ออกมาทำระบบการเคลมให้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ไม่วายที่จะเกิดกระแสดังกระหึ่มโซเชียล ถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ถึงการระบาดของโควิดในชุมชน ว่ามีสาเหตุ ที่ระบาดหนักเป็นเพราะตั้งใจติดเอาเงินประกัน โดยยกตัวอย่างชุมชนหนึ่ง ชี้ว่า ได้เงินประกันคนละ 1-7 แสน จนกระจายส่งต่อกันไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่าไม่เหมาะ และสุดท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสมาคมประกันวินาศภัยไทย และคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ก็ได้ออกโรงเตือนประชาชนที่จงใจให้ตัวเองติดโควิด-19 เพื่อเอาเงินประกันนั้นถือว่าฉ้อโกง ทุจริต เสี่ยงคุกและไม่ได้เงินประกันเป็นแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งล่าสุด สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยกรณีมีข่าวคนตั้งใจติดเชื้อเพื่อหวังเคลมเงินประกันโควิด พร้อมระบุว่า คปภ.เคยออกข่าวเตือนประชาชนมิให้หลงเชื่อกรณีมีการชักจูงให้ผู้เอาประกันภัยโควิด-19 บางรายเอาตัวไปเสี่ยงให้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อจะได้เคลมเงินประกัน เพราะการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต และเป็นเหตุให้ไม่ได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 เนื่องจากอาจเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต ทั้งอาจถูกดำเนินคดีกรณีเข้าข่ายเป็นการฉ้อฉลประกันภัยอีกด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าขณะนี้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรณีประกันโควิด-19 ของสำนักงาน คปภ. ยังไม่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว แต่ก็ติดตามอย่างใกล้ชิด และได้แนะนำให้บริษัทประกันภัยมีกระบวนการกลั่นกรองในการจ่ายเคลมให้รอบคอบ ถ้าตรวจพบกรณีการเคลมผิดปกติ ให้รีบแจ้งสำนักงาน คปภ. เพื่อจะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังแนะนำให้บริษัทประกันภัยระมัดระวังการรับทำประกันภัยโควิด-19 ในแบบเจอจ่ายจบ รวมทั้งอาจมีการกำหนดจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ต่อราย โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรับประกันภัยด้วย โดยจะได้เชิญทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยร่วมหารือโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า กรมธรรม์ประกันภัยโรค COVID-19 เป็นหลักประกันให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงที่อาจโชคร้ายได้รับเชื้อ COVID-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือ กรมธรรม์ประกันภัยจะให้ความคุ้มครองผู้สุจริตเท่านั้น สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยไว้หลายฉบับ และจงใจทำให้ตนเองได้รับเชื้อเพื่อหวังเงินประกัน ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และจะไม่ได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากกระแสดังกล่าวไม่นาน ก็มีบริษัทประกันหลายแห่งได้ทยอยแถลงการณ์ผ่านโซเชียล ยกเลิกขายประกันภัยโควิดแล้วผ่านช่องทางออนไลน์&amp;nbsp; เช่น บริษัท วิริยะประกันภัยฯ, บริษัทกรุงเทพประกันภัยฯ และเอเชียประกันภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ากรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 นั้น ถูกพัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหวังเป็นหลักประกันให้กับประชาชนในการบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งใจ และกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่สุจริตเท่านั้น ดังนั้นการที่มีคนมาใช้ในทางทุจริต ถือว่าตัดโอกาสกับคนอื่นที่ควรจะได้ แถมยังต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างไร้คุณค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นที่ลือกันในโลกโซเชียลก็ตาม แต่ผลลัพธ์ที่กำลังตามมาในขณะนี้ คือการยกเลิกการทำประกันโควิดผ่านออนไลน์&amp;nbsp; ซึ่งจะมีสาเหตุมาจากอะไรแท้จริงนั้นต้องตรวจสอบกัน แต่การทุจริตเพื่อหวังเงินประกันนั้น อย่าหาทำ เพราะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงทั้งกับตัวเองและผู้อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107961</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ทุจริต... อย่าหาทำ, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนภัยไซเบอร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานั้น โดยเฉพาะในปี 2563 ถือว่าเป็นหนึ่งในปีที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลอย่างมากกับทั้งภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมทั่วโลก ทั้งกับการดำเนินชีวิตของผู้คนและแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรที่มีการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น&amp;nbsp; และในปี 2564 นั้น น่าจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ แห่งอนาคตกันอีกจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจและภาคสังคมของทั้งประเทศไทยและต่างประเทศกันอีกครั้ง และจะเป็นการกำหนดอนาคตของการสร้างโลกอัจฉริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า เทรนด์นวัตกรรมที่มีนัยสำคัญภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ เทรนด์เทคโนโลยีโลกที่น่าจับตามองต่อจากนี้ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่&amp;nbsp; Augmented Creativity, Symbiotic Economy, 5G Rapid Rollout และ Global Digital Governance โดยเทคโนโลยีด้าน ICT จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเทรนด์เหล่านี้ และจะมีผลโดยตรงต่อการสร้างโลกอัจฉริยะให้เป็นจริงขึ้นมาได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเทรนด์ Augmented Creativity คือการผสานกันระหว่าง AI และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ จะเห็นว่าองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า 97% เริ่มนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการ ลดต้นทุน อันจะนำไปสู่เทรนด์ที่สองคือ Symbiotic Economy ซึ่งกว่า 85% จะใช้งานแอปพลิเคชันทางธุรกิจของตนเองผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการดำเนินธุรกิจจะต้องเป็นไปอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน 5G Rapid Rollout มีการคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีสถานีฐานสำหรับการให้บริการ 5G ถึง 6.5 ล้านสถานีทั่วโลก รองรับการให้บริการผู้ใช้งานได้มากถึง 2,800 ล้านคน ครอบคลุมจำนวนประชากรโลกถึง 58% และเทรนด์สุดท้ายที่น่าจับตามองก็คือ Global Digital Governance เมื่อเครือข่าย 5G แพร่หลายมากขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมีจำนวนสูงถึง 180 เซตตะไบต์ (หรือ 180,000 ล้านเทราไบต์) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากการเติบโตของโลกดิจิทัล ทำให้ผู้บริโภคมีการใช้มากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือภัยคุกคามจากโลกไซเบอร์ ที่ตามมา ทำให้หลายคนถูกหลอกเสียทรัพย์สินไปจำนวนมาก ดังจะเห็นได้ว่า &amp;#39;แคสเปอร์สกี้&amp;#39; คาดเทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2563 กับการใช้ประโยชน์จากความกลัวที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และใช้ภาคสาธารณสุขเป็นเหยื่อสำหรับการโจมตีต่างๆ และคาดว่าในปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น กิตติ โฆษะวิสุทธิ์ ประธานกรรมการศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยีสารสนเทศภาคธนาคาร (TB-CERT) ธนาคารกสิกรไทย ได้ระบุว่า ปัจจุบันมีเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นมากมาย ทั้งภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานโดยตรง และภัยไซเบอร์ที่เกิดจากผู้ให้บริการ แต่ส่งผลกระทบวงกว้างมายังผู้ใช้งาน โดยจุดมุ่งหมายหลักของกลุ่มแฮกเกอร์ คือ การพยายามเข้าถึงระบบและข้อมูลสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่แฮกเกอร์ให้ความสนใจ คือ การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนตัวเพื่อนำไปใช้งานเสมือนเป็นเจ้าของข้อมูลนั้นๆ เนื่องจากข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงลักษณะเฉพาะของบุคคล เพื่อเข้าใช้งานบริการของหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเงิน มักจะใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อประกอบการยืนยันตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ข้อมูลส่วนตัวจึงมีความสำคัญ เพราะหากมีผู้ไม่หวังดีล่วงรู้ก็อาจจะใช้สวมรอยในการทำธุรกรรมแทน และสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของข้อมูลได้ ดังนั้นหากพบว่ามีข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลจากผู้ให้บริการ ควรปฏิบัติดังนี้&amp;nbsp; ตรวจสอบและประเมินความสำคัญของข้อมูลที่ใช้งานกับผู้ให้บริการรายนั้น เปลี่ยนรหัสผ่านที่ใช้ในการเข้าระบบของผู้ให้บริการรายนั้น&amp;nbsp; หากมีการใช้รหัสผ่านเดียวกันกับระบบอื่นๆ เช่น อีเมล Facebook หรือ LINE ควรเปลี่ยนรหัสผ่านดังกล่าวด้วย หลีกเลี่ยงการตั้งรหัสผ่านด้วยข้อมูลส่วนตัว เช่น วันเดือนปีเกิด หรือ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ขอข้อมูล ระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนตัวทางช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ หรือโทรศัพท์ และหากสงสัยในการกรอกข้อมูลใดๆ บนธุรกรรมออนไลน์หรือเว็บไซต์ ควรติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90875</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กิตติ โฆษะวิสุทธิ์, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โค้งสุดท้ายโอกาสท่องเที่ยวไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การท่องเที่ยวสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับหลายๆ ประเทศทั่วโลก และกระทั่งประเทศไทยก็มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเดินทางหยุดชะงัก หลายๆ ประเทศต้องล็อกดาวน์ เพื่อหยุดยั้งการแพร่เชื้อ ดังนั้น ผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นคือระบบเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงไทยที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคบริการทั้งหมด โรงแรมปิดตัวคนตกงานมหาศาล ภาครัฐเองได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศอย่าง &amp;ldquo;โครงการเราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; ทำให้คนไทยมีการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น เห็นได้จากข้อมูลของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าคนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในเดือน ก.ค.-ก.ย.63 มีจำนวนประมาณ 24.3 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.63 ที่มีจำนวนเพียง 3.9 ล้านคน/ครั้ง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย.63 กลุ่มตัวอย่างกว่า 60.0% มีการเดินทางท่องเที่ยวทั้งแบบค้างคืนและแบบไปเช้า-เย็นกลับ ขณะที่ยังไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวมีสัดส่วน 40.0% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของตลาดไทยเที่ยวไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ รัฐบาลได้ทยอยออกมาตรการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น&amp;nbsp; อาทิ การเพิ่มวันหยุดยาวพิเศษในวันที่ 19-20 พ.ย.2563 และการเปลี่ยนแปลงวันหยุดชดเชยจากวันที่ 7 ธ.ค.เป็นวันที่ 11 ธ.ค.2563 เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดมากกว่าวันธรรมดา รวมถึงการต่ออายุและปรับเงื่อนไขโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในปีนี้ก็อาจจะแตกต่างจากปีที่ผ่านมา นอกจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อนักท่องเที่ยวบางกลุ่มแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สถานการณ์โควิดและการเมือง ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สำรวจพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 โดยเป็นการสำรวจเชิงคุณภาพ พบว่า กลุ่มตัวอย่างกว่า 77.3% มีแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่ยังต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ทิศทางการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีความไม่แน่นอนสูง เมื่อคนไทยยังมีความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 และหากไม่มีการกลับมาระบาดซ้ำอีกครั้งของโรคโควิด-19 ในประเทศ และปัญหาการเมืองอยู่จำกัดเฉพาะพื้นที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะยังรักษาระดับการเพิ่มขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังมองว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะมีจำนวน 36.1 ล้านคน/ครั้ง และการใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดไทยเที่ยวไทยทั้งปี 2563 การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยน่าจะแตะที่กรอบล่างของการประมาณการอยู่ที่ประมาณ 89.5 ล้านคน/ครั้ง หดตัว 46.4% และด้านการใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวในประเทศน่าจะมีมูลค่า 5.06 แสนล้านบาท หดตัว 53.3% จากปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวคงต้องเร่งทำตลาดสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้โอกาสจากการที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนี้ มาทำแคมเปญการตลาดควบคู่กันไป โดยใช้ประโยชน์จากช่องทางเทคโนโลยีมากขึ้น อาทิ การทำตลาดผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจที่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณในการทำตลาดอย่างกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก และยังเป็นช่องทางที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวและที่พัก และที่สำคัญผู้ประกอบการก็ควรที่จะมีการพัฒนา Content ที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดให้มีผู้ติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญในการดูแลและเฝ้าระวังการระบาดของโควิด-19 พร้อมทั้งมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวควรจะมีระบบการสื่อสารให้ลูกค้าที่ใช้บริการและที่จะมาใช้บริการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการเกิดข่าวลือและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81983</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ...พลิกโฉมอสังหาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคดิจิทัล กระแสการซื้อขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เริ่มได้รับความนิมมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; รัฐบาลได้ประกาศล็อกดาวน์ และการเว้นระยะห่าง หรือ Social Distancing ทำผู้คนไม่กล้าที่จะออกจากบ้าน ต้องทำงานที่บ้าน หรือ Work From Home การซื้อขายได้หยุดชะงักลงไป จนส่งผลกระทบไปทั่วภาคธุรกิจ ฉุดเศรษฐกิจตกต่ำ จึงกลายเป็นตัวเร่งให้การซื้อขายผ่านออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างมาก จนสร้างจุดเปลี่ยนของการค้าขาย แม้กระทั่งในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง หลายบริษัทต้องปรับตัวเองหันมาเปิดแพลตฟอร์มขายบ้านออนไลน์เพื่อความอยู่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเดิมที่ลูกค้าจะต้องเดินเข้ามาชมโครงการ เห็นภาพของจริง ได้สัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง แล้ว ค่อยตัดสินใจซื้อเปลี่ยนมาเป็นภาพเสมือนจริง ด้วยการขายผ่านหน้าจอที่ไร้รูปกลิ่นเสีย ดังนั้นบรรดาผู้ขายทางออนไลน์จึงต้อง พยายามสร้างบรรยากาศให้เสมือนจริง และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่น บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ หรือ ORI ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ให้ตอบโจทย์กับนิวนอร์มอล หรือวีถีชีวิตปกติในรูปแบบใหม่ เพื่อก้าวไปสู่ Next Normal ซึ่งอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ผู้พัฒนาโครงการกลุ่มสมาร์ทคอนโดมิเนียม ในเครือ ORI ยอมรับว่าในช่วงไตรมาส 2 ที่มีการล็อกดาวน์ ผู้บริโภคก็ยังมีความสนใจในการซื้อคอนโดมิเนียมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการต้องไปเห็นห้องตัวอย่างจริงเท่ากับในอดีต เราจึงจะยกทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้า ขึ้นมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคในการซื้อขายและเข้าถึงข้อมูลแบบ Next Normal&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยแพลตฟอร์มอีเวนต์ออนไลน์ จะประกอบด้วยหลากหลายฟีเจอร์ อาทิ Walkthrough Video วิดีโอพาชมห้องตัวอย่างแบบต่างๆ อย่างละเอียด โดยพนักงานขายหรือ Influencer ที่จะมาแนะนำเสมือนลูกค้าอยู่ตรงหน้า ชมห้องตัวอย่างแบบ 360 องศา ด้วยตัวคุณเองแบบคลิกมุมมองได้ 360 องศา พบกับไลฟ์สดจากนักวิเคราะห์ เพื่อให้ข้อมูลและตอบคำถามผู้บริโภคโดยตรงเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีช่องทางลงทะเบียนจองสิทธิล่วงหน้า โดยในขณะที่จอง จะสามารถเลือกสิ่งที่ต้องการในห้องเพิ่มเติมได้ เช่น ต้องการเฟอร์นิเจอร์สำหรับพร้อมเข้าอยู่ เพิ่มความสนุกไปพร้อมกับทางเลือกในการจอง และมั่นใจว่าจะมียอดจ้องได้ตามเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมี บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ที่นำระบบออนไลน์ หรือ Online Booking มาใช้ในการขายคอนโดมิเนียมเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยจะใช้กับโครงการคอนโดมิเนียมเปิดพรีเซล เป็นการขายออนไลน์ก่อนเปิดตัว ซึ่งลูกค้าจะทำการบ้านเกี่ยวกับโครงการมาเป็นอย่างดี มีการเข้าไปดูห้องตัวอย่างมาบ้างแล้ว อีกทั้งยังมีลูกค้า กลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติร่วมอยู่ด้วย ทำให้การขายผ่านระบบออนไลน์ได้ผลดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ กล่าวว่า การขายผ่านออนไลน์นั้นมีความท้าทาย คือ การทำให้ลูกค้าได้เห็นภาพเสมือนจริงมากที่สุด ระบบ DATA หลังบ้านต้องดี พนักงานต้องมีความชำนาญในการแนะนำโครงการผ่าน VDO Call หรือรูปแบบอื่นๆ ถือกล้องอย่างไรไม่ให้ลูกค้าเวียนหัว สิ่งเหล่านี้ต้องมีการ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังต้องทำการศึกษาวิธีการที่จะทำให้ลูกค้ามีอารมณ์ร่วมเหมือนการขายปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสถานการณ์ระบาดเริ่มคลี่คลายและสังคมเข้าสู่ภาวะปกติ แต่พฤติกรรมผู้คนในสังคมจะเปลี่ยนไป จะมี New Normal เกิดขึ้นหลายมิติ เช่นเดียวกับงานขายอสังหาฯ เป็นวิวัฒนาการที่ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่ง New Normal และการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสบการณ์ สิ่งนี้จะส่งผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์เสมือนไปเดินชมห้องตัวอย่างจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องพัฒนาระบบการขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญคือต้องมีข้อควรระวังต้องมีความซื่อสัตย์ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ภาพที่ได้เห็นเป็น ภาพจริง ไม่แต่งภาพ เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกค้าไม่เชื่อมั่นแล้วการขายออนไลน์ก็จะไม่ได้ผล และอาจก่อให้เกิดผลเลวร้ายกับบริษัทได้ อย่าลืมว่ายุคโซเชียลนั้นทุกอย่างเกิดและกระจายได้อย่างรวดเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี, วิทการ จันทวิมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความปกติในรูปแบบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วทุกย่อมหญ้า ธุรกิจน้อยใหญ่รับกันไปเต็มๆ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีทิศทางที่ผ่อนคลายลง จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐจึงเริ่มผ่อนปรนมาตรการในบางพื้นที่ เพื่อให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรนให้มีการเปิดทำการเป็นกลุ่มแรกในวันที่ 3 พฤษภาคม 2563 ได้แก่ ร้านอาหารที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า อาทิ ร้านอาหารทั่วไป ร้านอาหารริมทาง รถเข็น รวมถึงสวนอาหารต่างๆ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารในกลุ่มดังกล่าวมีจำนวนมากราย และเป็นธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง ที่มีเงินทุนและเงินหมุนเวียนที่จำกัด ส่วนกลุ่มอื่นๆ นั้นยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้จะมีการผ่อนปรนมาตรการบางส่วน แต่บรรยากาศการกลับเข้ามานั่งรับประทานอาหารในร้านน่าจะยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมีความกังวล จึงน่าที่จะหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มในที่สาธารณะ และอาจยังคงสั่งอาหารมารับประทานในที่พักมากยิ่งขึ้น จึงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันธุรกิจร้านอาหารในช่วงที่เหลือของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะธุรกิจร้านอาหารยังต้องเผชิญข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย ที่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวหลังการระบาดของโควิด-19 ผ่านพ้นไป โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอันเป็นผลจากการที่ภาคธุรกิจต่างๆ ต้องปิดตัวลงชั่วคราว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังความเชื่อมั่นในการมีงานและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ทำให้ภาคธุรกิจและผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย รวมถึงการชะลอตัวในภาคการท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทยที่ลดลงอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงน่าจะกดให้ธุรกิจร้านอาหารในปี 63 มีมูลค่าธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 3.85-3.89 แสนล้านบาท หรือหดตัว 9.7%-10.6% จากปีที่ผ่านมา และถือเป็นการพลิกกลับมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 8 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ หลังโควิด-19 สภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนไป&amp;nbsp; ผู้ประกอบการร้านอาหารเองยังต้องเจอโจทย์ที่ท้าทายที่ต้องปรับตัว นอกจากผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้นแล้ว ด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคก็จะหลีกเลี่ยงหรือลดการทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ออกไปอีกระยะ&amp;nbsp; ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปคุ้นชินกับการใช้บริการออนไลน์และบริการจัดส่งถึงที่พัก (Delivery) มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ผู้ประกอบการร้านอาหารปรับตัวสู่บรรทัดฐานใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นิว นอร์มอล&amp;rdquo; (New Normal) หรือ &amp;quot;ความปกติในรูปแบบใหม่&amp;quot; ในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะร้านอาหารเต็มรูปแบบ (Full Service Restaurant) ร้านอาหารที่มีบริการจำกัด ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าและสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารประเภทบุฟเฟต์ และสวนอาหารประเภทต่างๆ เนื่องจากร้านอาหารเหล่านี้ยังมีแนวโน้มเผชิญความท้าทายสูง ทั้งในฝั่งของรายได้และค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนแฝง อย่างค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ทำความสะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังได้หนุนให้บางธุรกิจมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ (E-commerce) กันมากขึ้น ซึ่งทางนอสตร้า โลจิสติกส์ ได้ระบุว่า&amp;nbsp; การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ยอดสั่งสินค้าออนไลน์ในประเทศโตสวนกระแสถึง 80% ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคหลีกเลี่ยงแหล่งช็อปปิ้งแออัด หันไปเลือกสั่งสินค้าออนไลน์ ดังนั้นธุรกิจขนส่งต้องเตรียมพร้อมรับมือใช้เทคโนโลยีจัดการและติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของการค้าออนไลน์ ทำให้ธุรกิจการขนส่งเดลิเวอรีมีการแข่งขันรุนแรง เพราะมีผู้ประกอบการกระโดดลงมาเล่นในสนามอย่างมากมาย โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายรายที่เข้ามาบุกตลาดในประเทศไทย และด้วยทุนและเทคโนโลยี่ที่จัดเต็มลงมาเล่นในตลาด ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยต้องปรับตัวเองเพื่อรับมือ อย่างเช่น&amp;nbsp; บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) รัฐวิสาหกิจกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วว่าคุณภาพการบริการเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสังคมและการดำเนินชีวิตในรูปแบบ &amp;quot;ความปกติในรูปแบบใหม่&amp;quot; และสิ่งสำคัญของการทำธุกิจนี้คือการบริการ มีการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ด้วยคุณภาพการบริการที่ดีมีมาตรฐาน และสะดวกรวดเร็ว หากยังคงคุณภาพบริการแบบเดิมสุดท้ายก็คงต้องจบแบบรัฐวิสาหกิจหลายๆ แห่งที่ต้องปิดตัว เพราะไม่ยอมรับกับการเปลี่ยแปลง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65851</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ความปกติในรูปแบบใหม่, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับข่าวสารอย่างมีสติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ระบาดได้สร้างความตระหนกให้กับประชาชน ทำให้ในช่วงนี้จะเห็นกันว่าถนนหนทาง แหล่งช็อปปิ้ง แหล่งท่องเที่ยวในที่ต่างๆ&amp;nbsp; เงียบเหงาไปตามๆ กัน&amp;nbsp; เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ลดลงอย่างน่าใจหาย ถนนหนทางโล่งอย่างกับวันหยุดเทศกาล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมานั้น เกิดปรากฏการณ์ ประชาชนในหลายๆ พื้นที่แห่กันเดินหน้าเข้าร้านค้าปลีก-ส่ง&amp;nbsp; ห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด ซูเปอร์มาร์เก็ต อย่างเทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, แม็คโคร, ท็อปส์, ฟู้ดแลนด์, แม็กซ์แวลู และห้างท้องถิ่น เพื่อขนซื้อข้าวสารอาหารแห้ง รวมไปถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสาร น้ำเปล่า ยังมีกระดาษชำระ ทิชชู่เปียก ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาด และอีกมากมาย จนทำให้หลายห้างสินค้าหมดไปจากชั้นวาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการมีการแชร์ข้อความทางไลน์ต่อๆ กันไปว่า &amp;quot;พยาบาลศิริราชแจ้งหลังประชุมบอกให้ตุนอาหาร เพราะจะมีการปิดเมือง..&amp;quot; จนเป็นเหตุให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย ประชาชนแห่กักตุนสินค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเรื่องนี้ทำให้ รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ออกมายืนยันว่า เนื้อหาของข้อความดังกล่าวนั้นไม่มีมูลความจริง พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าการประชุมครั้งล่าสุดนั้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 13 มี.ค.63 นั้น เนื้อหาการประชุมคือการรองรับผู้ป่วย ไม่มีประเด็นปิดเมือง หรือปิดสถานที่ไม่ได้มีการพูดถึงแต่อย่างใด เพราะอยู่นอกขอบเขต ศิริราชพยาบาลเป็นหน่วยงานให้ข้อมูลในเชิงวิชาการที่ถูกต้อง และเป็นโรงเรียนแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า &amp;quot;ฝากไปยังทุกท่าน อย่าเพิ่งแตกตื่น ขอแนะนำว่าในระยะนี้ใครออกไปที่ต่างๆ ขอให้รีบตรงกลับบ้าน ถ้าทำงานที่บ้านได้ เรียนที่บ้านได้ ก็ควรทำสถานที่ชุมชนต่างๆ สนามมวย สถานบันเทิง ห้างร้านต่างๆ ควรหลีกเลี่ยง และก่อนเข้าบ้านให้ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทันที เป็นการป้องกันการนำเชื้อเข้าไปในครอบครัว&amp;quot; รศ.นพ.นริศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แม็คโครค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศ โดย ศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร ได้ออกมาระบุอย่างชัดเจน แม็คโครได้เห็นความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ของสาขาต่างๆ ทั้งเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงได้วางแผนตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าวเอาไว้อย่างเข้มข้นและรัดกุม โดยทำงานใกล้ชิดกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทั้งการบริหารสต๊อกสินค้า การเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า แม็คโครได้เตรียมสินค้าทั้งอาหารสด อาหารแห้ง หรือสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเอาไว้อย่างเพียงพอ ไม่อยากให้เกิดความตื่นตระหนกจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมย้ำว่า &amp;ldquo;แม็คโครเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วย ร้านอาหาร และลูกค้าทั่วไปที่เพิ่มมากขึ้น เพราะต่างพากันปรับตัวไปตามภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่ออกนอกบ้าน เลือกซื้อสินค้าในร้านค้าใกล้บ้าน นักเรียนนักศึกษาก็เริ่มเรียนออนไลน์ คนทำงานก็ทยอยทำงานที่บ้านมากขึ้น โดยแม็คโครยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าในราคาค้าส่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำไปกระจายสู่ผู้บริโภคครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่มากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ แม็คโครยังคงเข้มงวดเรื่องมาตรการความปลอดภัยในสาขา ถึงแม้ว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ก็ยังคงไว้ซึ่งมาตรการต่างๆ เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสาขาให้กับลูกค้าพนักงานทุกครั้ง, การสวมหน้ากากอนามัยของพนักงาน เพื่อคุมเข้มความปลอดภัยให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัดเจน!! ไฮเปอร์มาร์เก็ต ค้าส่งรายใหญ่ของประเทศ ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของยังใหญ่ในธุรกิจอาหาร ออกมายืนยันเช่นนี้ก็คงสร้างความสบายใจให้กับพี่น้องประชาชนได้บ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และก็ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยคือครัวโลกที่ผลิตอาหารส่งออกไปทั่วโลก แถมร้านค้าขายของชำ ตลาดสด ตลาดนัด หาบเร่แผงลอย กระจายไปทั่วประเทศตามตรอกซอกซอยก็มีมากมาย ยิ่ง 7-11 ยิ่งผุดยังกับดอกเห็ด เข้าถึงทุกชุมชน ทุกระดับชั้น ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะขาดแคลน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งสำคัญขณะนี้คือต้องรับข่าวสารอย่างมีสติ เพราะการกักตุนสินค้าไว้เยอะๆ กินไม่ทัน &amp;quot;หมดอายุ&amp;quot; ปวดใจเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59964</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี, รับข่าวสารอย่างมีสติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
